Knowledge



KNOWLEDGE
 
- ฟิล์มหุ้มอาหาร (Cling Film) ชนิดใหม่ที่ย่อยสลายเชิงชีวภาพได้?

- พลาสติกสำหรับบรรจุอาหารควรมีลักษณะอย่างไร?

- ถุงร้อน (พีพี) กับถุงเย็น (พีอี) แตกต่างกันอย่างไร  และนำไปใช้ใส่อะไร?
- ทำไมถุงใส่กาแฟต้องมีพลาสติกเคลือบด้านใน?
- พลาสติกบรรจุอาหารมีการเติมสีลงในกระบวนการผลิตขั้นตอนไหน?
- คุณสมบัติของพลาสติกประเภท PP?
- เครื่องมือในการให้ความร้อนเพื่อให้ฟิล์มหดหดตัวใช้อะไรได้บ้าง?
- ถุงพลาสติกหรือฟิล์มปิดอาหารที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?
- ใช้พลาสติกอย่างไรให้ปลอดภัย?
- ตัวอย่างการใช้ภาชนะพลาสติกใส่อาหารผิดวิธี?
- ถุงพลาสติกใส่อาหาร  เป็นถุงพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ใช่หรือไม่ ?
- อะไรคือถุงพลาสติกชีวภาพ และเมื่อเราทิ้งถุงพวกนี้ จะเป็นอย่างไร?
- มุมมองเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกอย่างคุ้มค่า?
- กระบวนการแปรรูปบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างคุ้มค่า?
- การยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้สดตัดแต่ง พร้อมบริโภคด้วยภาชนะบรรจุดัดแปลงบรรยากาศ (MAP)?
- การสร้างบรรยากาศดัดแปลงภายในบรรจุภัณฑ์ ให้มีสัดส่วนตามที่ต้องการนั้นมี 2 วิธีคือ?
- ทำไมสินค้าเมื่อเก็บไว้นานจึงเหม็นหืนและไม่กรอบ? 
- เม็ดพลาสติกย่อยสลายทางชีวภาพ 100% ?
 
 

 

ฟิล์มหุ้มอาหาร (Cling Film) ชนิดใหม่ที่ย่อยสลายเชิงชีวภาพได้?

ฟิล์มพลาสติกสำหรับหุ้มอาหารหรือที่รู้จักกันคือฟิล์มหุ้มอาหารหรือฟิล์มห่ออาหารนั้น ในอดีตมันถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม อาหารฟิล์มหุ้มอาหารเป็นตัวหลักในเรื่องความปลอดภัยทางอาหารโดยทำหน้าที่ปกป้องอาหารและถนอมอาหารและในขณะเดียวกัน ปัจจุบันนี้ฟิล์มหุ้มอาหารนับเป็นเครื่องมือราคาไม่แพงชิ้นหนึ่งในการจัดแสดงและนำเสนออาหาร

ฟิล์มหุ้มอาหารทำหน้าที่ในการถนอมอาหาร ปกป้องอาหารจากสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วต่างๆ และชะลอการเน่าเสียเนื่องจากการแลกเปลี่ยน ระหว่างอาหาร และความชื้น และออกซิเจนที่ควบคุมไม่ได้ฟิล์มหุ้มอาหารยังทำหน้าที่เก็บกลิ่นเพื่อไม่ให้กลิ่นอาหารกระจายไปสู่อาหาร อื่นที่เก็บอยู่ข้างๆ

เนื่องจากฟิล์มหุ้มอาหารรีไซเคิลได้ยาก และไม่นิยมนำกลับมาใช้ซ้ำ จึงมักกลายเป็นขยะจากครัวเรือนที่ไม่ถูกแยก คุณสมบัติใหม่ อย่างเช่นสามารถย่อยสลายได้ช่วยเสนอทางเลือกใหม่ในการรีไซเคิลด้วยระบบจัดการของเสียจากครัวเรือนที่มีอยู่แล้ว

ความต้องการในการย่อยสลายได้เพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลาสิบปีที่ผ่านมาเจ้าของตราสินค้าต่างๆทั้งบริษัทขายสินค้า และ บริษัทอาหารต้อง การฟิล์มที่มีสมบัติทางกลเช่นเดียวกับพีวีซี  มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนโพลิโอเลฟิน และมีทางเลือกที่จะจัดการได้เมื่อหมด อายุการใช้งานซึ่งในกรณีนี้คือการย่อยสลายได้ ฟิล์มที่โดยทั่วไปแล้วต้องปนเปื้อนกับอาหารควรสามารถรีไซเคิลด้วยแบคทีเรียที่ใช้ และไม่ใช้ออกซิเจนได้

การพัฒนาฟิล์มที่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ใช้เวลายาวนานเพราะสมบัติทางเทคนิคของฟิล์มที่ต้องการมีความซับซ้อน และมีตัวแปร ที่สำคัญหลายตัวที่ฟิล์มหุ้มอาหารต้องมีสมบัติแรกที่ต้องการคือความใสที่เหมือนกับฟิล์มชนิดธรรมดา สมบัติที่สำคัญอื่นคือสมบัติทางกล คงที่ที่ความหนาน้อย เช่นฟิล์มที่ใช้ส่วนใหญ่มีความหนา 10 - 12 ไมครอน แต่ต้องทนต่อการฉีกขาดได้สูงมากและมีค่าการยืดตัวสูงสมบัติ สำคัญอีกตัวหนึ่งคือความสามารถในการยึดติดของฟิล์มบนตัวมันเองบนแก้วและเซรามิก แต่สมบัติเด่นและน่าสนใจที่สุดคือการปรับ แต่งอัตราซึมผ่านของไอน้ำ (Water vapour Transmission Rate,”WVTR”)ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการถนอมผลิตภัณฑ์ให้คงความสดได้นานกว่าในการแช่เย็น

ฟิล์มหุ้มอาหารที่ยืดตัวได้สูงสามารถใช้ได้กับอาหารหลายชนิด แม้แต่อาหารที่มีปริมาณไขมันสูง (น้ำมัน ซอส เนย ฯลฯ) หรืออาหาร ที่เป็นกรด หากใช้วัตถุดิบธรรมดาฟิล์มจะไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว คุณสมบัตินี้จะขึ้นกับชนิดวัตถุดิบที่ใช้ทำฟิล์มและชนิดของสารเติมแต่ง

ฟิล์มที่พัฒนามีลักษณะทางเทคนิคที่โดดเด่นด้านความแข็งแรงและการยืดตัวเหมือนหรือดีกว่าฟิล์มทั่วไป ฟิล์มถูกพัฒนาเพื่อใช้ในครัว เรือนโดยไม่มีสารพลาสติกไซเซอร์ (Plasticisers) หรือสารเติมแต่งใดที่จะหลุดปนเปื้อนสู่อาหารได้

หลังจากการใช้งานฟิล์มสามารถถูกจำกัดได้เช่นเดียวกับขยะอินทรีย์ เพราะฟิล์มนี้ได้รับการรับรองสามารถย่อยสลายได้ตามมาตรฐาน อีเอ็น13432 และยังเหมาะกับเทคโนโลยีการทำปุ๋ยให้ต้นไม้อีกด้วย

จากสมบัติแปลกๆ และคุณสมบัติใหม่ๆ ที่ได้จากการพัฒนาสภาวะการอัดรีด ฟิล์มได้ถูกออกแบบมาให้ฉีกออกง่ายโดย ไม่ต้องใช้ที่ตัด ฟันเลื่อย ทำให้ปลอดภัยและใช้งานได้สะดวก จากที่ได้อธิบายก่อนหน้านี้คุณสมบัติภายในของฟิล์มคือไอน้ำสามารถซึมผ่านได้มาก ซึ่งช่วยในการระเหยหยดน้ำที่เกิดจากการควบแน่นที่มักเกิดกับอาหารอุ่นหรืออาหารในตู้แช่ คุณสมบัตินี้ทำให้เหมาะอย่างยิ่งในการ ถนอมรักษาอาหาร

ปัจจุบันฟิล์มชนิดใหม่มีความแข็งแรงและสมรรถนะเช่นเดียวกันกับพลาสติกทั่วไปแต่ฟิล์มชนิดนี้ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน จากผลิตผลทางการเกษตร จึงช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการบริโภคพลังงาน และลดการใช้ทรัพยากรใช้แล้วหมดไป ดังนั้นฟิล์มนี้มีอายุครบวงจรคือวัตถุดิบการผลิตได้จากผลิตผลทางการเกษตรวนกลับไปสู่ดินทางกระบวนการแตกสลายเชิงชีวภาพและ กลายเป็นปุ๋ยโดยไม่ปล่อยมลพิษอย่างใด

 
Top

พลาสติกสำหรับบรรจุอาหารควรมีลักษณะอย่างไร ?

พลาสติกที่จะนำมาใช้ทำบรรจุภัณฑ์ต้องมีน้ำหนักเบาทนต่อแรงกระแทกได้สูง เมื่อนำมาบรรจุอาหารจะต้องไม่ทำให้รสชาติของอาหาร เปลี่ยนทนสารเคมีได้ดีเยี่ยม นอกจากใช้งานง่ายแล้วยังสามารถกำจัดง่ายและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมเรียกพลาสติกกลุ่มนี้ว่า Barrier Plastic

 
Top
 

ถุงร้อน (พีพี) กับถุงเย็น (พีอี) แตกต่างกันอย่างไร และนำไปใช้ใส่อะไร?

ถุงเย็น ทำมาจากโพลีเอททิลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDPE) มีลักษณะใส นิ่ม และยืดหยุ่นได้สามารถใช้บรรจุของ เพื่อแช่แข็งได้ที่ อุณหภูมิต่ำสุดถึง –40 องศาเซลเซียส   แต่ถุงเย็นไม่เหมาะที่จะใช้บรรจุไขมัน หรือน้ำมันต่างๆต่อมา จึงมีการผลิต ถุงร้อน ซึ่งผลิตจาก โพลีโพพิลีน (PP) มีลักษณะใสกว่า ถุงเย็น ไม่ยืดหยุ่น บรรจุพวกไขมันได้ดีรวมทั้ง ใช้ บรรจุ ของร้อนได้ถึงจุดน้ำเดือด แต่ใช้บรรจุของ เย็น ได้ที่อุณหภูมิต่ำสุดเพียง 0 องศาเซลเซียสเท่านั้น

 
Top
 

ทำไมถุงใส่กาแฟต้องมีพลาสติกเคลือบด้านใน?

ถุงที่บรรจุอาหาร ประเภท กาแฟผงสำเร็จรูป หรือ ขนมขบเคี้ยว จำเป็นต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่ สามารถป้องกันการผ่าน เข้า-ออกของ ไอน้ำ  ก๊าซออกซิเจน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ตลอดจนรังสียูวีได้ เพื่อเป็นการถนอมความกรอบและรสชาติของอาหารให้สมบูรณ์ จนกระทั่งถึง มือ  ผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ถูกทำขึ้นเป็นพิเศษโดยนำแผ่นฟิล์ม พลาสติกมาผ่านกระบวนการ Metallization  ด้วย เครื่อง Metalized Coating Machine

 
Top
 

พลาสติกบรรจุอาหารมีการเติมสีลงในกระบวนการผลิตขั้นตอนไหน?

เติมสีในขั้นตอนก่อนการเป่าขึ้นรูป  โดยใช้ผงสีผสมโดยตรงกับเม็ดพลาสติก
 
Top
 

คุณสมบัติของพลาสติกประเภท PP ?

พีพี เป็นพลาสติกประเภทเทอร์โมพลาสติกที่เบาที่สุด มีสมบัติเชิงกลดีมาก เหนียวทนต่อแรงดึง และทรงตัวได้ดี มีจุดหลอมที่ 65 องศา เซลเซียส ไอน้ำ และออกซิเจนซึมผ่านได้ต่ำ เป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีมากใช้ทำถุงร้อนหรือบรรจุอาหารที่ไม่ต้องการให้ ออกซิเจนซึมผ่าน พลาสติกหุ้ม ซองบุหรี่ ภาชนะที่ใช้ในครัวเรือน เป็นต้น

 
Top
 

เครื่องมือในการให้ความร้อนเพื่อให้ฟิล์มหดหดตัวใช้อะไรได้บ้าง?

  1. เครื่องเป่าผมหรือปืนร้อน เป็นเครื่องมือที่ง่ายที่สุดสำหรับการผลิตจำนวนน้อยๆ น้ำหนักเบา มีความคล่องตัว สูงกว่าอุปกรณ์อื่น เคลื่อนย้ายสะดวก
  2. ให้ความร้อนได้ในช่วงตั้งแต่ 20 องศา – 400 องศาเซลเซียส
  3. ตู้อบ เป็นแบบเปิดรับบรรจุภัณฑ์สินค้าที่สวมฟิล์ม หรือผนึกฟิล์ม 3 ด้าน
  4. อุโมงค์ความร้อน เป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในการให้ความร้อนแก่ผลิตภัณฑ์ที่ห่อด้วยฟิล์มหด หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ปิดผนึกแล้ว จะถูกส่งไปที่อุโมงค์ร้อนเพื่อให้ฟิล์มหดตัวที่อุณหภูมิ 93-176 องศา เวลาที่ใช้ในอุโมงค์ขึ้นกับชนิดและความหนาของฟิล์ม
  5. บ่อแช่น้ำร้อน ตัวสินค้าจะห่อด้วยฟิล์มชนิด High Performance ที่มีความเหนียวสูงที่ปิดผนึกทุกด้านแล้วจึงนำ ไปหย่อนแช่ใน น้ำร้อนตามเวลาและอุณหภูมิที่ตั้งไว้
 
Top
 

ถุงพลาสติกหรือฟิล์มปิดอาหารที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?

ต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม คือ สามารถสกัดกั้นความชื้นแสงแดดหรือก๊าซต่าง ๆ ได้เพราะเรื่องนี้ จะมีผลต่อคุณภาพของอาหารที่บรรจุ อยู่ภายในแต่ เนื่องจากฟิล์มพลาสติก แต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการสกัดกั้นต่างกันจึงต้องใช้ฟิล์มพลาสติกหลายชนิดเพื่อจะได้ฟิล์ม พลาสติกหลายชั้นที่มี คุณสมบัติครบถ้วนตามความต้องการ ซึ่งมีตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป

 
Top
 

ใช้พลาสติกอย่างไรให้ปลอดภัย?

พลาสติก และ โฟม ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมและใช้อย่างแพร่หลายมากกว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ เนื่องจากมีราคาถูก ใช้ สะดวกและหา ซื้อได้ง่าย โดยเฉพาะใช้ในการบรรจุ อาหาร แต่พลาสติก และโฟมก็ยังมีข้อจำกัดในการใช้บรรจุอาหารบางชนิดอยู่ ถ้า นำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือนำ มาใช้ซ้ำอาจทำให้สารเคมีจากพลาสติกละลายปนเปื้อนลงสู่อาหารได้

ตามมาตรการของภาชนะบรรจุพลาสติกของกระทรวงสาธารณสุขตามประกาศ ฉบับที่ 111 กำหนดให้พลาสติกบรรจุอาหารต้องสะอาด ไม่มีสีปนเปื้อนในอาหาร หรือไม่มีสารอื่นออกมาปนเปื้อนกับอาหารในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและ ไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิด โรคตลอดจนกำหนดให้พลาสติกที่เป็นแผ่นหรือเป็นถุง หากนำมาใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหารต้องไม่ทำขึ้นจากพลาสติกที่ใช้แล้ว ในส่วน การปนเปื้อนของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ดีบุก แบเรียม ต้องไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อกรัม

ดังนั้นพลาสติกที่นำกลับมาใช้ใหม่ซึ่งใส่สีต่างๆ รวมทั้งสีดำจึงไม่ควรนำมาใช้ใส่อาหารอาหารพร้อมบริโภคหรืออาหารที่พร้อมนำ ไปปรุง เช่น เนื้อหมูหมักควรบรรจุในกล่องใส่อาหารที่ไม่มีสี สังเกตที่ก้นภาชนะ พลิกขึ้นดูจะพบสัญลักษณ์รูป แก้วและส้อมส่วนใหญ่จะพบ สัญลักษณ์เลข 5 ซึ่งผลิตจากพลาสติกโพลิโพพิลีน หรือพีพี

 
Top
 

ตัวอย่างการใช้ภาชนะพลาสติกใส่อาหารผิดวิธี?

ห้ามนำภาชนะพลาสติกที่ไม่ใช่เกรดใส่อาหารมาใช้ เช่น นำพลาสติกรีไซเคิลที่นำกลับมาหลอมขึ้นรูปใหม่และผสมสี ในการผลิตโดย ไม่ได้ผลิตขึ้นเพื่อใช้ ใส่อาหาร เช่น นำกล่อง ตะแกรง ถัง พลาสติกหรือกาละมังพลาสติกสีสดหรือสีดำมาใส่อาหารโดยเฉพาะอาหาร ที่มีรสเปรี้ยว ได้แก่ อาหารหมักดอง ใส่น้ำจิ้มที่ผสมน้ำส้มหรือน้ำมะขามเปียก อาหารที่มันทั้งจากเนย น้ำมันและ น้ำกะทิ เพราะอาหาร เหล่านี้สามารถละลายสารเคมีออกมาเจือปนกับอาหารได้  จึงไม่ปลอดภัย ต่อผู้บริโภค อาหารที่มีความเป็นกรดควรใส่ขวดที่ทำจากแก้ว กระเบื้อง และสแตนเลส ทั้งนี้การ ล้างพลาสติกควรใช้วัสดุที่ไม่ขูดให้เกิด รอยบนพลาสติก

นอกจากนี้ไม่ควรนำพลาสติกที่ใส่ของเย็นมาใส่ของร้อน เช่น นำกระติกพลาสติกใส่น้ำแข็งมาใส่ข้าวสวยหรือข้าวเหนียวเพื่อรักษาความ ร้อนไว้ถ้าต้องการให้ข้าวร้อนควรนำหม้อพร้อมฝาปิดใส่ใน กระติกอีกหนึ่งชั้นเพื่อไม่ให้ข้าวสัมผัสกับกระติกโดยตรงและไม่ให้ไอน้ำหยด ใส่อาหาร การใช้ผ้า รองกระติกไม่สามารถลดการปนเปื้อนได้

ขวดพลาสติกชนิดบรรจุน้ำดื่มโดยทั่วไปผลิตจากพีอีทีหรือพีอีทีอีสังเกตที่ใต้ขวดมีสัญลักษณ์หมายเลข 1 ในรูปสามเหลี่ยมรีไซเคิลขวด นี้ผลิตขึ้นเพื่อใช้ เพียงครั้งเดียวจึงไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำและไม่ควรทิ้งขวดน้ำไว้ในที่ร้อน แต่ถ้าต้องการใช้ขวดพลาสติกเพื่อใส่น้ำดื่ม แช่เย็น ควรใช้ขวดที่ผลิตขึ้นเพื่อใส่น้ำดื่มโดยตรงตามที่ระบุในฉลาก ซึ่งผลิตจากโพลีเอทีลีนความหนาแน่นสูงและมีสัญลักษณ์ หมาย เลข 2 ในรูปสามเหลี่ยมรีไซเคิลนอกจากนี้ควรเปลี่ยนขวดใหม่หลังจากผ่านการล้างและใช้งานมานานตัวอย่างการใช้ขวดพลาสติกในน้ำ และเครื่องดื่ม ผิดวิธี คืออย่าทิ้งขวด PET/PETE บรรจุน้ำดื่มไว้ในรถที่จอดตามแดด ซึ่งจากการทดลองของห้องปฏิบัติการในสวิสเซอร์ แลนด์พบว่า ขวดน้ำที่ทิ้งไว้ถูกแดดร้อน 60 องศาเซลเซียสก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสาร DEHA ซึ่ง เป็นสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการ ผลิตพลาสติก

ถุงพลาสติกที่ใช้งานทั่วไปซึ่งผลิตจากโพลิโพพิลีนหรือพีพีมีหลายประเภท เช่น ถุงพลาสติกหูหิ้ว (ถุงก๊อบแก๊บ)ถุงขยะ ถุงร้อน และถุง เย็น จึงต้องเลือก ใช้ให้ถูกวิธี ถุงร้อนชนิดบรรจุอาหาร ทำมาจากโพลิโพพิลีนมีความใสกว่าถุงเย็น ถุงชนิดนี้ใส่อาหารร้อนได้ส่วนถุงเย็น ทำจาก โพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ ไม่ควรนำมาใส่อาหารร้อน ตัวอย่างการใช้ถุงพลาสติก ที่ผิดวิธี คือ นำถุงร้อนมาใส่ อาหาร เช่น ข้าวเหนียว ขนมถ้วย ลูกชิ้น และนำไปนึ่งหรืออุ่น ในไมโครเวฟ โดยไม่แกะถุงออกหรือห้ามนำถุงหูหิ้วชนิด ขุ่น อาจมีสีหรือไม่มี สี มาใส่อาหาร เพราะถุงชนิดนี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อใส่อาหารเมื่อนำมาใช้ใส่อาหาร ที่มีความร้อนมักพบว่า จะกลายเป็นกรด ซึ่งอาจละลายสาร เคมีบางชนิดไปปนเปื้อนในอาหารได้การรองด้วยกระดาษ ชิ้นเล็กๆ ไม่สามารถลดการปนเปื้อนได้ จึงควรใส่อาหาร ในถุงร้อน ก่อนใส่ ในถุงหูหิ้ว

การใช้กล่องโฟมมาใส่อาหารร้อนหรือมันซึ่งเป็นการใช้ที่ผิดวิธีเพราะอาจละลายเอาสาร สไตรีนออกมาปนเปื้อนกับอาหาร สไตรีนจัด เป็นสารก่อมะเร็งและมีพิษต่อระบบประสาท ถ้าอาหารมีไขมันสูงและมีความร้อนก็ยิ่งจะทำให้มีการละลายของสไตรีนออกมาปนเปื้อน ในอาหารสูงขึ้นด้วยโฟมถูกขีดข่วนเป็นรอยได้ง่าย จึงไม่ควรนำกล่องโฟมที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ซ้ำ

 
Top
 

ถุงพลาสติกใส่อาหาร เป็นถุงพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ใช่หรือไม่? (ทั้งชนิดที่ทน ความร้อน และไม่ ทนความร้อน) เราสามารถทดแทนด้วยพลาสติกชนิดอื่นที่ดีกว่าได้หรือไม่ 

ที่เรียกกันว่าถุงร้อนถุงเย็น ถุงร้อนส่วนใหญ่ทำมาจากเม็ดพลาสติกPP (polypropylene) มีลักษณะใสค่อนข้าง กระด้างสามารถบรรจุ ของ ร้อนได้ แต่ไม่เหมาะกับอาหารแช่แข็ง อีกชนิดทำมาจากเม็ดโพลีเอทธิลีนมีความหนาแน่นสูง (HDPE) มีลักษณะขุ่น ส่วนถุงเย็นทำ มาจากเม็ดโพลีเอทิลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDPE) มีลักษณะค่อนข้างใส ยึดหยุ่นดีใช้ สำหรับใส่อาหารทั่วไปรวมถึงอาหารแช่แข็งได้ ถุงใส่อาหารเหล่านี้ไม่สามารถย่อยสลายได้โดยจะเห็นว่าอายุการใช้งาน สั้นมาก ทำให้เกิดปัญหาขยะพลาสติกในขณะนี้กล่อง  ที่ใช้ บรรจุ อาหารมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกชีวภาพแล้ว แต่ถุงพลาสติกที่ทำจากพลาสติกชีวภาพยังไม่เหมาะที่จะนำมาใส่อาหารเนื่อง จาก พลาสติกชีวภาพไม่สามารถทดความร้อน สูงได้

 
Top
 

อะไรคือถุงพลาสติกชีวภาพ และเมื่อเราทิ้งถุงพวกนี้ จะเป็นอย่างไร ?

ถุงพลาสติกชีวภาพคือ ถุงพลาสติกที่ทำมาจากพลาสติกชีวภาพ (เช่น โพลีแลกติกแอชิด PLA,โพลีบิวธิลีนชัคชิเนต PBS ซึ่งผลิตได้มา จากแหล่งวัตถุดิบทดแทนจากธรรมชาติเช่น ข้าวโพด, มันสำปะหลัง) สามารถถูกย่อยสลายได้ทาง ชีวภาพโดยจุลินทรีย์ ในดิน เพราะ การกำจัดขยะถุงพลาสติกคือการฝังกลบหากเราใช้ถุงพลาสติกชีวภาพ หลังใช้งาน แล้วจะถูกฝังกลบ แล้วจุลินทรีย์ในดินจะทำ หน้า ที่ ย่อยสลายหรือพูดง่ายๆ ว่าจุลินทรีย์จะกินพลาสติกเหล่านี้เป็นอาหาร หลังจากพลาสติกถูกย่อยสลายจะได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และมวลชีวภาพกลับคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำจะถูกพืชนำไปใช้สังเคราะห์แสงได้ ทั้งหมดนี้ใช้ระยะเวลาราว 2-3 ปี

 
Top
 

มุมมองเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกอย่างคุ้มค่า?

กระแสภาวะโลกร้อนซึ่งทำให้มีการรณรงค์ลดการใช้พลาสติกนั้น ให้มองไปในเรื่องของการนำทรัพยากรมาใช้ ให้เกิดคุณค่าและคุ้มค่า สูง สุดมากกว่าซึ่งผลการวิจัยในหลายสถาบันและหลายประเทศ ที่มองตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง  คือ  ตั้งแต่การนำทรัพยากรขึ้น มาผ่านกระบวนการผลิตจนได้ผลิตภัณฑ์มาใช้นั้น พลาสติกมีการใช้ทรัพยากร ทั้งในแง่ ของการนำมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้น และการใช้ พลังงานในกระบวนการผลิตน้อยกว่าผลิตภัณฑ์อื่น ซึ่งถ้าหากมีการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกอย่างมีคุณค่าและใช้อย่างคุ้มค่ากับทรัพยากร ที่เสียไปพลาสติกนอกจากจะไม่ได้เป็นผู้ร้าย ของสังคม แล้ว ยังจะนับได้ว่าเป็นพระเอกด้วยซ้ำไป

 
Top
 

กระบวนการแปรรูปบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างคุ้มค่า?

ในปัจจุบันพลาสติก กลายมาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากมีข้อดีคือ  มีน้ำ หนักเบาและราคาถูก ทำให้ปริมาณของบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วจึงมีจำนวนมากขึ้นตามกันแต่เราก็มีวิธีการที่จะช่วยลดปัญหาบรร จุภัณฑ์ประเภทนี้ได้ด้วยการนำ กลับมาใช้ใหม่คือ Recycle นั่นเอง กระบวนการ รีไซ เคิล พลาสติกต้องเริ่มจากการคัดแยก ประเภท ของพลาสติกออกก่อนเป็นลำดับแรก เนื่องจากพลาสติกมีทั้งหมด 7 ประ เภท และแต่ละ ประเภทไม่สามารถนำมารีไซเคิลรวมกัน ซึ่ง วิธีการแยกประเภทพลาสติกที่ง่ายที่สุดคือ การสังเกตสัญ ลักษณ์รีไซเคิลที่อยู่บริเวณ ใต้ภาชนะหรือด้านข้าง ซึ่งสัญลักษณ์ดังกล่าว ถูกกำหนดโดยใช้ตัวเลข 1 - 7 เป็นหลัก โดย ตัวเลขนั้นจะถูกล้อมรอบด้วยสัญลักษณ์รีไซเคิลอีกทีหนึ่ง เมื่อพลาสติกแต่ละชนิดถูก แยกออกจากกันแล้ว  จะถูกบีบ ให้แบนแล้วอัดลมรวมกันเป็นก้อน  เพื่อแยกส่งให้ยังโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล และเมื่อถึง โรงงานรีไซเคิล  พลาสติกที่ถูกอัดเป็นก้อน  จะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล  ซึ่งขั้นตอนการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาเป็นพลาสติก รีไซเคิล  มีขั้นตอนง่ายๆ 7 ขั้นตอน ดังนี้

7 ขั้นตอนการผลิตพลาสติก

  • ขั้นตอนที่ 1   การตรวจพลาสติก (Inspection)
    ขั้นตอนนี้เป็นการแยกสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ที่ติดอยู่กับบรรจุภัณฑ์พลาสติก  เช่น เศษหิน เศษทราย เป็นต้น ตลอดจนพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ออกมาให้หมด

  • ขั้นตอนที่ 2   การตัดและล้าง (Chopping and Washing)
    ในขั้นนี้พลาสติกจะถูกตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ และล้างให้สะอาด

  • ขั้นตอนที่ 3   การลอยในน้ำ (Floatation Tank)
    ถ้าพลาสติกมีการปนมาหลายประเภท  การนำไปลอยน้ำจะสามารถแยกประเภทพลาสติกออกได้  เนื่องจาก ความหนาแน่นของพลาสติกแต่ละประเภทแตกต่างกัน

  • ขั้นตอนที่ 4   การทำให้แห้ง (Drying)
    เมื่อแยกพลาสติกโดยการลอยในน้ำแล้ว จึงนำไปเป่าให้แห้ง

  • ขั้นตอนที่ 5   การหลอมด้วยความร้อน (Melting)
    นำชิ้นพลาสติกมาหลอมใหม่โดยใช้ความร้อน  ที่อุณหภูมิและความดันที่เหมาะสมกับชนิดของพลาสติกนั้น ๆ 

  •  ขั้นตอนที่ 6 การกรอง (Filtering)
    พลาสติกที่หลอมละลายจะผ่านแผ่นกรองเพื่อแยก วัสดุปนเปื้อนออก  แล้วจึงส่งเข้าเครื่องรีดเป็นเส้น

  • ขั้นตอนที่ 7 การทำพลาสติกเม็ด (Palletizing)
    นำพลาสติกเส้นที่ผ่านเครื่องรีด มาตัดให้เป็นเม็ดเล็ก ๆ แล้วจึงส่งต่อไปยังโรงงานขึ้นรูปเป็นพลาสติกใหม่

เพียง 7 ขั้นตอนแค่นี้ เราก็จะได้พลาสติกกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปริมาณบรรจุภัณฑ์พลาสติก ใช้แล้วใน กองขยะรวม ยัง สามารถช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตได้อีกด้วย

 
Top
 

การยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้สดตัดแต่ง พร้อมบริโภคด้วยภาชนะบรรจุดัดแปลงบรรยากาศ (MAP)

ผลิตผลทางการเกษตรพบว่า พืช,ผัก,ผลไม้ แต่ละชนิดมีอัตราการหายใจที่แตกต่างกันโดยผลิตผล ที่มีการหายใจสูงจะมีอายุการ เก็บ รักษาสั้น  ประกอบกับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์รวมกับหลักการสำคัญของด้านคุณสมบัติวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์พบว่า ฟิล์มพลาสติก ที่ดีต้องมีคุณสมบัติยอมให้ก๊าซออกซิเจน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซเอทิลีน และความชื้นผ่าน ด้วยอัตราที่เหมาะ สม  ดังนั้นการทำให้ฟิล์มสามารถแปลงสภาพบรรยากาศภายในภาชนะบรรจุให้เป็นสภาวะสมดุล (Equilibrium Modified Atmosphere: EMA) ส่งผลให้พืชผักผลไม้ที่ใส่ไว้ในบรรจุภัณฑ์เกิดการ ชะลอการหายใจ  การคายน้ำ และ ลดการเสื่อมสภาพลงได้ ซึ่งกลไกบรรจุ ภัณฑ์ EMA นี้ เป็น หลักการหนึ่งของบรรจุภัณฑ์แบบแอคทีฟที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นเทคโนโลยีการรักษาความสดและการถนอม อาหาร

ฟิล์มแอคทีฟ ที่สามารถดัดแปลงบรรยากาศแบบสมดุลได้นี้ ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาความสดใหม่ของผลิตผลได้มากกว่า 2-5 เท่า เพราะฟิล์มเจาะรูขนาดใหญ่ยอมให้ก๊าซและความชื้นผ่านมากเกินไป ทำให้ผลิตผลที่บรรจุไว้ภายในสูญเสียน้ำมาก ไม่เหมาะกับการ ยืดอายุ การ เก็บรักษาผลิตผล ในขณะที่ฟิล์มพลาสติกที่ไม่เจาะรูที่แม้จะดัดแปลงสภาพบรรยากาศภายในบรรจุภัณฑ์แล้ว กลับทำให้ ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สะสมค้างมากเกินไปและออกซิเจนผ่านน้อยเกินไป ทำให้ผลิตผลภายในบรรจุภัณฑ์มีกลิ่นและรสชาติ ผิดปกติได้

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาปริมาณการบริโภคผัก ผลไม้สด ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผัก ผลไม้สด ตัดแต่งพร้อมบริโภค ทั้งนี้เนื่องจากเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนอง ต่อชีวิตประจำวันที่รีบเร่ง และนับวันจะต้องการ ความสะดวกสบายมากขึ้น

ดังนั้นทางโรงงานจึงเตรียมหาวิธีใหม่ ๆ หรือ ปรับปรุงวิธีการที่มีอยู่เดิม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ มีคุณภาพที่ดีและมีอายุการเก็บ รักษาที่ยาว นานขึ้นวิธีการหนึ่งที่ใช้ได้ผลดีนั่นคือการบรรจุอาหารผักผลไม้สดดัดแปรสภาวะบรรยากาศ Modified-Atmosphere Packaging (MAP)

MAP หมายถึง การดัดแปลงสภาวะบรรยากาศ และ การเก็บรักษาผลิตผลไว้ในบรรจุภัณฑ์ ปิดสนิทที่ภายในมีส่วนประกอบของ ก๊าซ ที่แตกต่างไปจากบรรยากาศปกติ (ไนโตรเจน 78% ออกซิเจน 21% คาร์บอนไดออกไซด์ 0.03%
ก๊าซเฉื่อยเล็กน้อย)
 

การใช้ MAP ในการยืดอายุการเก็บรักษาผักผลไม้ให้ได้ผลดี และสามารถคงคุณภาพของผักผลไม้ให้ได้นั้นขึ้นอยู่กับสัดส่วนของก๊าซ ภายในบรรจุภัณฑ์เป็นหลักสัดส่วนที่เหมาะสมจะสามารถยืดอายุการเก็บรักษาของผักผลไม้ให้ยาวนานแต่หากเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ ไม่ ถูกต้องสิ่งที่สิ่งที่ตามมา คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผักผลไม้ และอายุการเก็บรักษา ที่ยิ่งสั้นลงกว่าเดิม ก๊าซที่นิยมใช้ในการดัด แปลงบรรยากาศในปัจจุบัน

หลักสำคัญของการดัดแปลง  บรรยากาศที่ทำให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษา ผักผลไม้นั่น คือการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของก๊าซ ใน บรรยากาศ ภายในภาชนะบรรจุผักผลไม้จนสามารถยับยั้งหรือชะลอกระบวนการหายใจตามธรรมชาติ ของผักผลไม้ ซึ่งยังคงสามารถ ดำเนินต่อไปแม้จะถูกเก็บเกี่ยวแล้ว และหากผักผลไม้นั้นได้ผ่านขั้นตอน การปอกเปลือก ตัดแต่ง หรือหั่นชิ้นด้วยแล้ว กระบวนการหาย ใจจะยิ่งมีอัตราเร็วที่สูงขึ้นในกระบวนการหายใจออกซิเจนจะถูกใช้ในกระบวนการเพื่อเปลี่ยน คาร์โบไฮเดรตและกรดอินทรีย์ในผักผล ไม้ให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำและความร้อนรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ซึ่งเป็นผลทำให้คุณภาพของผักผลไม้สดตัด แต่งพร้อมบริโภคไม่เป็นที่ยอมรับ ของผู้บริโภคการยับยั้งการหายใจของผักผลไม้สดตัดแต่ง พร้อมบริโภค ให้ได้ผลดีจำเป็น ที่จะต้อง ลดปริมาณออกซิเจนซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ในกระบวนการหายใจและเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศภายในบรรจุภัณฑ์ รวมทั้ง เก็บผักผลไม้นั้นไว้ในอุณหภูมิต่ำตลอดระยะเวลาเก็บรักษา

 
Top
 

การสร้างบรรยากาศ ดัดแปลงภายในบรรจุภัณฑ์ ให้มีสัดส่วนตามที่ต้องการนั้น มี 2 วิธี คือ

  1. การแทนที่อากาศภายในบรรจุภัณฑ์ด้วยแก๊สผสมที่มี สัดส่วนขององค์ประกอบของแก๊สแต่ละชนิดตามต้องการ ซึ่งเรียกว่า Active modification

  2. การอาศัยคุณสมบัติของฟิลม์พลาสติกที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ เป็นตัวกำหนดสัดส่วนของก๊าซชนิดต่างๆ ที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ซึ่ง ปกติแล้วฟิลม์พลาสติกที่ใช้จะสามารถยอมให้ก๊าซชนิดต่างๆซึมผ่านได้ในอัตราที่แตกต่างกันการเลือกฟิลม์พลาสติกที่จะ เหมาะสมจะสามารถทำให้ระดับออกซิเจน ภายในบรรจุภัณฑ์น้อยลง และเพิ่มระดับ คาร์บอนไดออกไซด์ให้สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่ง เกิดจากการที่ออกซิเจนถูกใช้ในกระบวนการหายใจตามธรรมชาติของผักผลไม้ และปลดปล่อยเป็น คาร์บอนไดออกไซด์วิธี การดังกล่าวนี้เรียกว่า Passive modification

จากผลการวิจัยทั่วโลกหลายปีที่ผ่านมาสามารถเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพ MAP ต่อการยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ ผลไม้ตัด แต่งพร้อมบริโภค และในอนาคตคงปฏิเสธไม่ได้ที่เทคโนโลยี MAP จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมผักผลไม้สดตัดแต่ง พร้อม บริโภคมากขึ้น MAP มีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานมากขึ้นคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและมีความปลอดภัยต่อการบริโภคสูงสุด

 
Top
 

ทำไมสินค้าเมื่อเก็บไว้นานจึงเหม็นหืน และไม่กรอบ

บรรจุภัณฑ์ประเภทพลาสติกได้รับความนิยมใช้อย่างแพร่หลายซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือซองพลาสติกที่ปัจจุบันผู้ผลิตสินค้าประเภท ขนมขบ เคี้ยวหันมาใช้เพื่อบรรจุสินค้า ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันฝรั่งทอดกรอบ  ข้าวเกรียบ  คุกกี้  ข้าวโพดคั่ว ขนมอบกรอบแต่บาง ครั้งเมื่อเราซื้อมาบริโภคจะพบว่าสินค้าข้างในซองจะอ่อนนุ่มไม่กรอบ หรือบางทีก็มีกลิ่นเหม็นหืนทำไมจึงเป็นเช่นนั้นทั้ง ๆ ที่ซองปิด ผนึกเรียบร้อยมิดชิดดี

ซองพลาสติกซองอาหารขนมทำมาจากแผ่นฟิล์มพลาสติก และมักทำจากฟิล์มพลาสติกหลายชนิด หรือ หลายแผ่น มา ประกบกัน เช่น Polyethylene ประกบกับ Polypropylene หรือ Polyethylene ประกบกับฟิล์ม Metalized เป็นต้น 

เพื่อเพิ่มหรือทำให้คุณสมบัติต่างๆ ของซองอาหารให้ดีขึ้น  เช่น  ความแข็งแรง ความสามารถในการปิดผนึก และคุณสมบัติอีกอย่าง หนึ่ง ที่มีผลต่อคุณภาพของอาหาร และ ขนมขบเคี้ยวเหล่านั้น คือ คุณสมบัติในการซึมผ่าน ซึ่งหมายถึงการซึมผ่านของไอน้ำและก๊าซ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก๊าซออกซิเจน เพราะโดยปกติแล้วฟิล์มพลาสติกชนิดต่าง ๆ ไม่สามารถป้องกันน้ำ และก๊าซได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และแต่ละชนิดก็จะป้องกันการซึมผ่านได้ ไม่เท่ากันบางชนิดอาจจะป้องกันการซึมผ่านของก๊าซออกซิเจนได้ไม่ดีเช่น Oriented Polypropylene, Polyethylene บางชนิดป้องกันการซึมผ่านของก๊าซออกซิเจนได้ดี แต่ป้องกันไอน้ำได้ไม่ดี  เช่น  ไนล่อน  ขณะ เดียวกันฟิล์มพลาสติกบางชนิดป้องกันได้ดีทั้งสองอย่าง  เช่น Polyethylene  Terephethalate (PET) หรือบางชนิดป้องกันได้ไม่ดี ทั้งสองอย่าง เช่น PVC  ดังนั้นผู้ผลิตพยายามเลือกชนิด ฟิล์มพลาสติกที่มี คุณสมบัติเด่นแตกต่าง กันมาประกบกันเพื่อทำซองให้ เหมาะสม  โดยคำนึงถึงระยะเวลาการวางจำหน่าย ถึงแม้ว่าจะมีการประกบกันของฟิล์มพลาสติกหลายชนิดแต่ก็ยังมีการ ซึมผ่านเข้า ของไอน้ำและก๊าซออกซิเจนได้จำนวนหนึ่ง

ดังนั้นเมื่อเราซื้ออาหารขบเคี้ยวที่มีวางขายตามร้านมาช่วงเวลาหนึ่งแล้วพบว่าอาหารไม่กรอบก็เป็นเพราะว่ามีการซึมผ่านของไอน้ำเข้า ไปผสมในอาหารทีละน้อยจนกระทั่งชื้น, อาหารมีกลิ่นเหม็นหืนก็เพราะมีการซึมผ่านของก๊าซออกซิเจนเข้าไป ทีละน้อยเกิดปฏิกิริยา อออกซิเดชั่นกับอาหารจนมีกลั่นเหม็นหืนดังกล่าว

 
Top
 

เม็ดพลาสติกย่อยสลายทางชีวภาพ 100% ?

การใช้ถุงพลาสติกได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วไป เนื่องจากซื้อง่ายใช้ง่าย ในวันหนึ่งๆ เห็นผู้คนใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วกันให้ทั่วไป แต่หาก มองให้ลึกถึงมิติของการสูญเสียเราก็จะพบกับการสูญเสียที่มีมิใช่น้อย ตั้งแต่งบประมาณการจัดเก็บและผลกระทบที่ส่งตรงถึงสภาวะแวด ล้อม

เม็ดพลาสติกย่อยสลายทางชีวภาพ 100%
เพื่อเป็นการตอบโจทย์ผู้ใช้งานถุงพลาสติกในชีวิตประจาวันที่ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกจึงพัฒนาค้นคิดเม็ดพลาสติก ที่สามารถขึ้นเป็นรูปถุงพลาสติกเพื่อใช้งาน และเมื่อใช้งานเสร็จก็สามารถย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างเป็นมิตร โดย แปลงสภาพเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้สาหรับเม็ดพลาสติกรุ่นใหม่ หรือเม็ดพลาสติกรักษ์โลกมีชื่อว่า เม็ดพลาสติกย่อยสลายทางชีวภาพ 100%(Compostable Plastic Compound) โดยมีคุณสมบัติ คือ

  1. ตอบสนองความต้องการด้านสิ่งแวดล้อม เม็ดพลาสติกแบบใหม่ สามารถย่อยสลายได้100% ในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนการใช้
    วัสดุจากธรรมชาติ เช่น แป้งมันสาปะหลัง จึงช่วยลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง เช่น น้ามัน

  2. ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค เม็ดพลาสติกใหม่นี้สามารถขึ้นรูปแล้วใช้ได้เหมือนพลาสติกในปัจจุบัน

  3. ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรปกติที่ใช้อยู่ในโรงงานผู้ผลิตถุงบรรจุภัณฑ์ปัจจุบัน

เรื่องพลาสติกชีวภาพนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กลับตรงกันข้ามเพราะในประเทศไทยเคยมีการใช้ถุงพลาสติกชีวภาพมานานแล้ว โดยผลิต ในเชิงพาณิชย์และนาออกจาหน่าย แต่ถุงแบบนั้นเป็นถุงประเภท Oxo-Degradable Bag แม้ย่อยสลายได้จริง แต่เป็นการย่อย สลายที่แตกเป็นเศษถุงพลาสติกชิ้นเล็กๆ ซึ่งยังคงเป็นพลาสติกอยู่ดี ยังคงวนเวียนอยู่ในอากาศ เปรียบเทียบกับถุงพลาสติกสลาย ตัวทางชีวภาพ ที่สามารถย่อยสลายในดินได้อย่างสมบูรณ์ 100%

สาหรับกระบวนการผลิต เริ่มจาก Agricultural Feedstock ได้แก่ มันสาปะหลัง ข้าวโพด หรือ พืชตระกูลแป้งอื่นๆ ผ่านกระบวน การสกัด ทางเคมี ได้เป็นน้าตาลโมเลกุลเดี่ยวสายสั้นๆ เข้าสู่กระบวนการโพลิเมอไรเซซันเกิดเป็นโพลิเมอร์สายโซ่ยาว แล้วจึงนาโพลิเมอร์สาย ยาวที่ได้ไปผ่านกระบวนการ Compound กับแป้งมันสาปะหลังและสารเติมแต่งอื่นๆ จนได้ Compostable Resin

Compostable Resin ที่ได้สามารถขึ้นรูป เป็นผลิตภัณฑ์สาเร็จรูป (ถุงพลาสติก)ซึ่งใช้ได้กับฟิลม์ทั่วๆไปที่เป็นเครื่องสาหรับพลาสติกชนิดโพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่า(Low Density: LDPE) หรือ โพลิเอทิลีนความหนาแน่นต่าเชิงเส้น (Liner Low Density: LLDPE) โดยที่จะใช้อุณภูมิในการเป่าขึ้นรูปต่ากว่าพลาสติกทั่วไป อุณภูมิที่ใช้ประมาณ 150-165 องศาเซลเซียล

 
Top
 
Eng version Thai version
  Home
  About Us
  Product
  Knowledge
  Web link
  Contact Us
  Site Map
 
Product
Home
About Us
 
  Product
  Gallery
  Home
  Contact Us
 

 

 

 

 

บริษัท เฟอร์เทอร์แลนซ์  อินเตอร์เทรด (1963) จำกัด
TEL : 02-399-5581-90 , FAX : 02-399-5129
MBL : 081-906-2429 , 086-378-5868

© Copyright 2008 - 2011 www.Fitplaspack.com All Rights Reserved.
บรรดาบทความ ข้อความ ข้อเขียน รูปภาพ ขอสงวนสิทธิ์ไว้ตามกฏหมาย
ผู้ใดกระทำละเมิด ทางบริษัทฯ จะดำเนินการตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด